เคลียร์ช่องปาก คืออะไร
“เคลียร์ช่องปาก” เป็นขั้นตอนที่จำเป็นและสำคัญมากก่อนการเริ่มกระบวนการจัดฟัน เพื่อให้สุขภาพช่องปากและฟันมีความพร้อม ลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการจัดฟัน การจัดฟันนั้นเป็นการเคลื่อนย้ายฟัน ไปยังตำแหน่งที่ต้องการ ฟันทุกซี่และเหงือกของคนไข้มีบทบาทสำคัญในการเคลื่อนฟัน หากมีเหงือกและฟันที่ไม่แข็งแรง มีปัญหาก็จะทำให้การจัดฟันนั้นต้องหยุดลงและต้องกลับมารักษาให้หายดีก่อน หรืออาจต้องเริ่มกระบวนการรักษาใหม่ทั้งหมด บทความนี้จะมาบอกถึงความสำคัญ รายละเอียด และขั้นตอนของการเคลียร์ช่องปากอย่างละเอียด
ทำไมต้อง เคลียร์ช่องปากก่อนจัดฟัน?
การเคลียร์ช่องปากก่อนจัดฟัน เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้การจัดฟันเป็นไปตามแผนของทันตแพทย์ และป้องกันปัญหาสุขภาพช่องปากแทรกซ้อนในระหว่างการรักษา โดยเหตุผลหลักๆ ดังนี้
1. ป้องกันการติดเชื้อและปัญหาสุขภาพช่องปาก
หากมีฟันผุ โรคเหงือก หรือคราบหินปูนก่อนจัดฟัน อาจทำให้เกิดการติดเชื้อหรือเหงือกอักเสบในระหว่างจัดฟันได้ เพราะอุปกรณ์จัดฟันทำให้การทำความสะอาดฟันยากขึ้น
2. ลดความเสี่ยงของฟันผุระหว่างจัดฟัน
หากมีฟันผุหรือรอยผุเล็ก ๆ ที่ยังไม่ได้รับการรักษา อาจลุกลามจนกลายเป็นปัญหาใหญ่ในระหว่างจัดฟัน ซึ่งอาจทำให้ต้องหยุดการจัดฟันเพื่อรักษาฟันผุ
3. เพิ่มประสิทธิภาพของการจัดฟัน
ฟันที่แข็งแรงและไม่มีปัญหาสุขภาพช่วยให้เครื่องมือจัดฟันสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ฟันเคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งที่เหมาะสมได้เร็วขึ้น
4. เตรียมพื้นที่สำหรับการเคลื่อนตัวของฟัน
หากมีฟันคุดหรือฟันที่ขึ้นผิดตำแหน่ง อาจต้องถอนออกก่อนเพื่อให้ฟันสามารถเคลื่อนที่ได้เป็นไปตามแผนการรักษา ส่วนการการถอนฟันที่ไม่ใช่ฟันคุดในบางกรณีจะเป็นการทำให้เกิดช่องว่างที่ฟันสามารถเคลื่อนตัวไปได้ตามแผนที่ทันตแพทย์ได้วางไว้ แต่ละเคสมีการถอนฟันเพื่อการจัดฟันไม่เท่ากัน บางเคสอาจมีการถอนฟันก่อนจัดฟัน แต่บางเคสก็ถอนระหว่างจัดฟัน หรือไม่ต้องถอนฟันเลยก็มี ขึ้นอยู่กับการวางแผนของทันตแพทย์
5. ลดอาการเจ็บปวดและภาวะแทรกซ้อนในอนาคต
หากมีฟันผุหรือโรคเหงือกก่อนจัดฟัน อาจทำให้เกิดอาการปวดหรือภาวะแทรกซ้อนที่ต้องใช้เวลาแก้ไข ทำให้ระยะเวลาการจัดฟันยาวนานขึ้น
เคลียร์ช่องปาก ต้องทำอะไรบ้าง
เคลียร์ช่องปากก่อนการจัดฟันทันตแพทย์จะตรวจสอบสุขภาพของช่องปากและฟันโดยละเอียด เช่น การเอกซ์เรย์เพื่อตรวจหาฟันผุ ฟันคุด รวมถึงปัญหาอื่นๆ ก่อนใส่อุปกรณ์จัดฟัน ไม่ว่าจะเป็นการอุดฟันที่ผุ การรักษารากฟันในกรณีที่ฟันผุ แต่ไม่สามารถรักษาได้ด้วยวิธีการอุดฟัน ไปจนถึงการถอนฟันซี่ที่ไม่สามารถรักษาและเก็บไว้ได้ โดยทั่วไปแล้วการเคลียร์ช่องปากเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการจัดฟันจะมีรายการหัตถการดังนี้
1. ขูดหินปูนและทำความสะอาดช่องปาก
- ขจัดคราบหินปูนและคราบแบคทีเรียที่สะสมอยู่ตามฟันและเหงือก
- ป้องกันโรคเหงือกอักเสบหรือปัญหาสุขภาพช่องปากอื่น ๆ
- ช่วยให้เครื่องมือจัดฟันทำงานได้ดีขึ้นและลดโอกาสเกิดกลิ่นปาก
2. รักษาฟันผุและอุดฟันที่มีปัญหา
- หากมีฟันผุ ควรทำการอุดฟันให้เรียบร้อยก่อนจัดฟัน
- หากฟันผุรุนแรงจนไม่สามารถอุดฟันได้ อาจต้องรักษารากฟันก่อน
- ป้องกันฟันผุลุกลามในระหว่างจัดฟัน ซึ่งทำให้การรักษายุ่งยากขึ้น
3. ถอนฟันที่จำเป็น
- ถอนฟันคุดที่อาจส่งผลต่อการจัดฟัน
- ถอนฟันเกิน หรือฟันที่ขึ้นผิดตำแหน่ง เพื่อสร้างพื้นที่ให้ฟันสามารถเคลื่อนที่ได้
- ในบางกรณีอาจต้องถอนฟันแท้บางซี่เพื่อให้ฟันเรียงตัวสวยงามขึ้น
4. รักษาโรคเหงือก (หากมี)
- หากมีเหงือกอักเสบ หรือเป็นโรคปริทันต์ ควรรักษาให้หายก่อน
- โรคเหงือกอาจทำให้ฟันโยกและส่งผลต่อการจัดฟัน
- อาจต้องขูดหินปูนใต้เหงือกหรือรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ
5. ตรวจสุขภาพฟันโดยละเอียด
- ตรวจโครงสร้างฟันและขากรรไกรด้วยเอกซเรย์
- วางแผนการรักษาและเลือกวิธีการจัดฟันที่เหมาะสม
- ถ่ายภาพฟันก่อนเริ่มจัดฟัน เพื่อเปรียบเทียบความเปลี่ยนแปลง
ขั้นตอนการเคลียร์ช่องปากก่อนจัดฟัน
- ตรวจสุขภาพช่องปากโดยทันตแพทย์
- ขูดหินปูนและขจัดคราบพลัค
- อุดฟันหากมีฟันผุ
- ถอนฟันที่จำเป็น
- รักษารากฟันหากมีอาการฟันผุลึก
- ตรวจสอบความสมบูรณ์ของเหงือกและเนื้อเยื่อในช่องปาก
ประโยชน์ของการเคลียร์ช่องปากก่อนจัดฟัน
- ลดความเสี่ยงของโรคเหงือกและฟันผุ
- ทำให้การจัดฟันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
- ลดอาการปวดหรือภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
- ช่วยให้ฟันเคลื่อนตัวได้สะดวกขึ้นระหว่างการจัดฟัน
- เคลียร์ช่องปากก่อนจัดฟัน นานไหม
ระยะเวลาในการเคลียร์ช่องปากก่อนจัดฟัน ขึ้นอยู่กับสภาพฟันและเหงือกของแต่ละคน โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 1-4 สัปดาห์ แต่ในบางกรณีอาจนานกว่านั้นหากมีปัญหาสุขภาพช่องปากที่ต้องรักษาก่อน
จัดฟันแบบใดที่ดูแลรักษาฟันระหว่างการจัดฟันได้ง่าย
การจัดฟันใสและการจัดฟันแบบเหล็ก (Metal Braces) มีความแตกต่างกันในด้านการดูแลรักษาฟันระหว่างการจัดฟัน ดังนี้:
1. ความสะดวกในการทำความสะอาดฟันและเหงือก
- จัดฟันใส:
- สามารถถอดออกได้ขณะรับประทานอาหารและแปรงฟัน ทำให้แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันได้สะดวกเหมือนปกติ
- ลดความเสี่ยงของการเกิดคราบพลัคและฟันผุรอบ ๆ เครื่องมือ
- จัดฟันแบบเหล็ก:
- ต้องใช้แปรงฟันเฉพาะทางหรือแปรงซอกฟัน และไหมขัดฟันแบบพิเศษเพื่อทำความสะอาดรอบ ๆ เหล็กจัดฟัน
- มีความเสี่ยงสูงขึ้นในการสะสมคราบอาหารและคราบหินปูน
2. การดูแลรักษาระหว่างการจัดฟัน
- จัดฟันใส:
- ต้องดูแลถาดจัดฟันให้สะอาด โดยล้างทุกครั้งที่ถอดออก
- ห้ามรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีสีเข้มหรือหวานในขณะที่ใส่ถาดจัดฟัน เพื่อป้องกันการเกิดคราบ
- จัดฟันแบบเหล็ก:
- หลีกเลี่ยงอาหารแข็ง เหนียว หรือกรอบที่อาจทำให้เครื่องมือเสียหาย
- ต้องพบทันตแพทย์เพื่อปรับเครื่องมือเป็นประจำ
3. ความสะดวกสบายและสุขภาพช่องปาก
- จัดฟันใส:
- ลดการระคายเคืองของเหงือกและกระพุ้งแก้ม เนื่องจากไม่มีเหล็กหรือลวด
- สุขภาพช่องปากโดยรวมมักดีกว่า เนื่องจากสามารถทำความสะอาดได้ง่ายกว่า
- จัดฟันแบบเหล็ก:
- อาจเกิดการระคายเคืองจากลวดหรือเหล็ก
- หากดูแลไม่ดี อาจเสี่ยงต่อฟันผุและโรคเหงือก
แบบไหนดูแลรักษาฟันได้ง่ายกว่า?
- จัดฟันใส จะดูแลรักษาฟันได้ง่ายกว่า เนื่องจากสามารถถอดออกได้ขณะรับประทานอาหารและทำความสะอาดฟันได้อย่างทั่วถึง
- อย่างไรก็ตาม การเลือกวิธีการจัดฟันควรขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ๆ ด้วย เช่น ความซับซ้อนของปัญหาฟัน ค่าใช้จ่าย และคำแนะนำจากทันตแพทย์
สรุป
การเคลียร์ช่องปากก่อนจัดฟันเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่ไม่ควรมองข้าม การมีสุขภาพช่องปากที่ดีจะช่วยให้การจัดฟันเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ ควรเข้าพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและรับคำแนะนำในการเตรียมตัวก่อนการติดเครื่องมือจัดฟัน
หากคุณอยากปรึกษาเรื่องสุขภาพช่องปากและฟัน หรือกำลังวางแผนที่จะจัดฟัน มาปรึกษาที่ TDH Dental มีทีมทันตแพทย์จัดฟันระดับ Red Diamond Provider ประสบการณ์มากกว่า 1000 เคส ใช้เทคนิคการจัดฟัน Aesthetic Norm ที่ทำให้เรื่องจัดฟันและความสวยงามบนใบหน้าสามารถทำควบคู่ไปด้วยกันอย่างสมบูรณ์ สามารถเข้ามาปรึกษาได้ที่ TDH Dental คลินิกทันตกรรมที่ได้รับมาตรฐาน ISO 9001:2015 ให้บริการทุกสาขาด้านทันตกรรม เรามีทันตแพทย์ที่มากด้วยประสบการณ์ และทีมงานมืออาชีพที่ดูแลท่านตลอดการรักษาเป็นอย่างดี พร้อมด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ครบครันทันสมัย